ขับรถ

วันนี้คุณใช้ “เกียร์ออโต้” ถูกต้องกันหรือเปล่า ? FacebookTwitterGoogle PlusLine January 31, 2018 Posted by: admin การขับรถ เกียร์ออโต้ หรือเกียร์อัตโนมัติ อาจจะต้องใส่ใจมากกว่าเกียร์ธรรมดา เพราะค่าซ่อม ค่าเปลี่ยนอะไหล่ของชุดเกียร์มีราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว วันนี้โตโยต้ากาญจนบุรีจะขอแนะนำ 5 วิธี ถนอมและใช้เกียร์ออโต้ได้อย่างถูกต้องกันนะคะ ดังนั้น วันนี้แอดมินจึงขอแนะนำ 5 วิธีถนอมและใช้เกียร์ออโต้ได้อย่างถูกต้อง เพื่อยืดอายุการใช้งานและช่วยลดค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวได้ดีอีกด้วย          1. คิกดาวน์บ่อยๆ หรือ เหยียบคันเร่งจนมิดเพื่อเร่งแซง ซึ่งการทำแบบนี้ จะทำให้เกียร์เปลี่ยนอัตราทดต่ำลง เพื่อเรียกรอบได้ ก็จะทำให้รถมีกำลังความเร็วอย่างเร่งด่วน จะมีผลทำให้ชุดเกียร์สึกหรอเร็วกว่าปกติ เพราะชุดเกียร์ต้องรับแรงบิดที่เพิ่มขึ้นกะทันหันอยู่บ่อยครั้ง ควรคิกดาวน์เมื่อจำเป็นจริงๆเท่านั้น แนะนำให้ค่อย ๆ ปรับเพิ่มความเร็วขึ้นไป          2. เข้าเกียร์ N แล้วปล่อยรถไหลไปตามทางอยู่เป็นประจำ บางครั้งอาจปล่อยไหลลงสะพาน หรือก่อนจะถึงไฟแดง ซึ่งการทำแบบนี้ถือว่าไม่สมควรทำ อย่างยิ่ง เพราะ จะทำให้ชุดเกียร์ที่หมุนขบกันไปมาตลอดเวลา ขาดน้ำมันเกียร์ เนื่องจากการเข้าเกียร์ N จะทำให้ชุดเกียร์ไม่สามารถใช้น้ำมันเกียร์เข้ามาหล่อลื่นได้ ทำให้เกิดความร้อนสูงมากกว่าปกติ  ...
6 วิธี เช็คสภาพรถ หลังกลับจากเดินทางไกล FacebookTwitterGoogle PlusLine December 26, 2017 Posted by: TOYOTA KAN Editor การ "เช็คสภาพรถ" หลังจากเดินทางไกล ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากตัวรถถูกใช้งานมาอย่างหนัก ทั้งเผชิญกับหลุมบ่อ, ถนนลูกรัง เป็นต้น วันนี้โตโยต้ากาญจนบุรีจะมาบอกวิธีดู "เช็คสภาพรถ" เบื้องต้นกันค่ะ รถยนต์ที่ถูกใช้งานมาอย่างหนัก ทั้งเผชิญกับหลุมบ่อ, ถนนลูกรัง, การลากรอบเครื่องยนต์เป็นเวลานานๆ หรือแม้กระทั่งการบรรทุกน้ำหนักมากกว่าปกติ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของการสึกหรอในชิ้นส่วนต่างๆของรถ ถ้าหากเราตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เบื้องต้น ก็จะช่วยให้แก้ปัญหาได้ทันท่วงทีก่อนจะลุกลามบานปลายในระยะยาว หลังจากเที่ยวปีใหม่เสร็จแล้ว เรามาตรวจเช็คสภาพรถกันดีกว่าค่ะ   สิ่งที่ควรตรวจเช็คสภาพรถหลังกลับจากเดินทางไกล มีดังนี้      1.เช็คน้ำมันเครื่อง ควรเช็คระดับน้ำมันเครื่องเพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในระดับปกติ โดยระดับของน้ำมันไม่ควรพร่องลงไปจากระดับที่วัดก่อนการเดินทางมากนัก หากพบว่าน้ำมันเครื่องพร่องลงไปมากหรือต่ำกว่าระดับ MIN ก็ควรตรวจเช็คว่ามีการรั่วซึมจุดใดหรือไม่ นอกจากนั้นควรเช็คสภาพน้ำมันเครื่องว่าไม่ดำจนเกินไป รวมถึงไม่มีเศษเขม่าเจือปนอยู่ หากพบก็ควรหาเวลาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ไปเลยจะดีกว่าค่ะ      2.เช็คสภาพและลมยาง การเดินทางไกลอาจส่งผลให้ความดันลมยางลดลง จึงควรเช็คลมยางเมื่อมีโอกาส เพื่อป้องกันการสึกหรอของยางและลดโอกาสเกิดอันตรายจากการขับด้วยความเร็วสูง นอกจากนั้นยังควรตรวจสภาพยางว่าไม่มีอะไรเข้าไปทิ่ม อุด...
เตรียมความพร้อม ของรถก่อนเดินทางไกล FacebookTwitterGoogle PlusLine December 11, 2017 Posted by: TOYOTA KAN Editor ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลต่างๆ มักจะมีประชาชนจำนวนมากที่เดินทางเพื่อกลับบ้าน หรือ ออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก่อนการเดินทางไกล ผู้ขับขี่ควรเตรียมความพร้อมของ "ยานพาหนะ"  ให้พร้อม เพื่อความปลอดภัยตลอดการเดินทางจ้า... เนื่องจากการในช่วงเทศกาลปีใหม่ มักเกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุล้วนมีสาเหตุมาจาก คน ยานพาหนะ และสภาพแวดล้อม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุที่นำพามาซึ่งความสูญเสีย ใน "เทศกาลแห่งความสุขต่างๆ" ซึ่งเป็นช่วงที่มีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าปกติ เราจึงต้องมีการตรวจสอบยานพาหนะก่อนเดินทางไกลกันนะคะ สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนการเดินทางไกล ก่อนที่จะต้องเดินทางอันดับแรกควรตรวจสอบสภาพของ "ยานพาหนะ" ที่จะใช้เสียก่อน โดยสิ่งที่ต้องตรวจสอบเบื้องต้น มีดังนี้ "ยาง" เราควรตรวจสอบยางก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ทั้งลมยาง และดอกยาง อย่างแรก คือ ตรวจสอบลมยางก่อนว่ามีปริมาณลมตรงกับมาตรฐานที่ควรจะเป็นไหม ซึ่งรถทุกคัน จะมีข้อมูลปริมาณลมยางที่เหมาะสมบอกไว้อยู่ และตรวจสอบดอกยาง เพราะหากดอกยางหมดโอกาสที่รถจะเกาะถนนไม่อยู่มีสูงมากเสี่ยงที่รถจะเกิดอุบัติเหตุได้  อีกสิ่งที่ไม่ควรลืม คือยางอะไหล่ ที่ต้องเตรียมให้พร้อมอยู่เสมอ "น้ำมันเครื่อง"  การตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่องทำได้ไม่ยากนะคะ แค่เปิดกระโปรงรถเปิดมองหาตำแหน่งจุดตรวจสอบน้ำมันเครื่อง จะมีก้านพลาสติกให้ตรวจสอบ ดึงออกมาแล้วดูว่าจุดของน้ำมันเครื่องอยู่ในตำแหน่ง L หรือ Low...
เทคนิคลับ ขับรถลุยน้ำยังไงก็ไม่พัง!! FacebookTwitterGoogle PlusLine June 20, 2017 Posted by: admin หากต้องขับรถลุยน้ำในช่วงที่ฝนตกมาก ทำให้มีน้ำระบายไม่ทัน เกิดการท่วมขังท้องถนน เวลาขับรถไปไหนมาไหนก็ลำบากมาก แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้โตโยต้ากาญจนบุรีมีเทคนิคลับ ขับรถลุยน้ำ มาแนะนำให้ทุกคนลองเอาไปใช้ดูกันนะคะ วันนี้โตโยต้ากาญจนบุรี เรามีวิธีเอาตัวรอดถ้าหากคุณเจอ น้ำท่วม และต้อง ขับรถลุยน้ำ คุณจะขับฝ่าไปยังไงโดยที่ไม่ให้ รถดับ  รับรองว่าได้ผลแล้วรถเราก็ไม่พังง่ายด้วย เพียงแค่ 3 เทคนิคนี้ 1. ประเมินความลึกของน้ำ  ถ้าทางข้างหน้ามีน้ำท่วมขังแล้วเราจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำไป ควรประเมินความลึกของน้ำด้วยการเช็คกับระดับฟุตบาท โดยฟุตบาททั่วไปจะมีความสูงตั้งแต่ 10-30 เซนติเมตร ดังนั้น หากน้ำท่วมเอ่อล้นปริ่มฟุตบาท แสดงว่าระดับน้ำค่อนข้างสูงจนเป็นอันตรายสำหรับรถเก๋งทั่วไปได้ 2. ขับรถลุยน้ำด้วยความเร็วต่ำ  หากประเมินแล้วว่าระดับน้ำไม่สูงจนเกินไป (ไม่เกิน 30 เซนติเมตรสำหรับรถเก๋งปกติ) ให้ขับรถลุยน้ำผ่านไปด้วยความเร็วต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่าการขับรถลุยน้ำ จะต้องเร่งเครื่องให้รอบเครื่องยนต์ขึ้นสูงเพื่อป้องกันรถดับ แต่ความเป็นจริงเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ เพราะน้ำที่ท่วมขังจะกระฉอกอย่างรุนแรง ขณะที่การเร่งเครื่องจะทำให้เครื่องยนต์ดูดอากาศเข้าไปเผาไหม้อย่างรุนแรงเช่นกัน ซึ่งถ้าน้ำถูกดูดเข้าไปแล้วล่ะก็ รับรองว่าก้านสูบหัก เครื่องยนต์ดับ เครื่องยนต์น็อค กลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน ถ้าจำเป็นต้องลุยน้ำหรือแช่น้ำนาน...
เคล็ดไม่ลับ ขับรถหน้าฝนให้ปลอดภัย FacebookTwitterGoogle PlusLine June 1, 2017 Posted by: TOYOTA KAN Editor วันนี้โตโยต้ากาญจนบุรีมี เคล็ดไม่ลับ ขับรถหน้าฝน มาฝากทุกท่านกันนะคะ "เพราะเราห่วงใยในทุกความปลอดภัยในการขับขี่ของท่าน " โดย คุณวิชา สุจริต  ผู้ช่วยผู้จัดการแผนกบริการและหัวหน้าช่างฝ่ายเทคนิค กับประสบการณ์ในด้านงานช่างกว่า 23 ปีจะมาบอกเคล็ดไม่ลับให้เราได้รู้กัน.. การดูแลรักษารถยนต์ ในหน้าฝนซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เป็นช่วงที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยมากที่สุด  ในเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุ เพราะถนนมีความลื่น ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อรถยนต์และตัวของผู้ขับขี่เอง วันนี้โตโยต้ากาญจนบุรี มีเทคนิคดีๆ ในการเตรียมรถให้พร้อมช่วงหน้าฝนมาฝากค่ะ... วิธีเตรียมรถให้พร้อมก่อนเดินทางในหน้าฝน 1.  ตรวจสอบระบบไฟและสัญญาณไฟ เราควรตรวจสอบระบบไฟต่างๆ เช่น ไฟท้ายรถ ไฟหน้า ไฟเบรก ไฟเลี้ยว เพราะบางครั้งไฟหน้าหรือไฟท้ายอาจจะมีความสว่างไม่เพียงพอ หรืออาจจะเกิดการทำงานไม่ปกติ อาจทำให้เราเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเบรกและไฟเลี้ยว ซึ่งอาจทำให้รถที่ขับตามมาไม่เห็นสัญญาณไฟของรถเรา 2.ยางปัดน้ำฝน เราควรตรวจสอบยางปัดน้ำฝน ว่าอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานหรือไม่ ยางปัดน้ำฝนที่ดี จะไม่มีเสียงจากการเสียดสี และสามารถปัดน้ำฝนได้สะอาดมีทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ 3.คราบสกปรกบนกระจก...
รู้วิธีรับมือ เมื่อขับรถตกน้ำ ! FacebookTwitterGoogle PlusLine January 14, 2017 Posted by: TOYOTA KAN Editor เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว เพราะฉะนั้นการมีสติเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ขับรถตกน้ำ หากเกิดเหตุการณ์ ขับรถตกน้ำ ในลักษณะนี้รถยนต์จะค่อย ๆ จมลง เราต้องตั้งสติและปฎิบัติตามข้อแนะนำดังต่อไปนี้   1.   ปลดเข็มขัดนิรภัย ออกให้หมด 2.   รีบปลดล็อค ประตูทุกบาน กรณีน้ำตื้น รถกำลังค่อย ๆ จมน้ำ -       รีบลดกระจกทุกบานลงให้เร็วที่สุดเพื่อปรับแรงดันน้ำทั้งภายในและนอกรถเท่ากัน เพราะ ขณะที่รถกำลังจมน้ำจะไม่สามารถทำให้เปิดประตูออกได้เนื่องจากแรงดันน้ำจะดันกระจกและประตูด้านนอกไว้ จนกว่าน้ำจะท่วมเข้ามาภายในรถเต็มแล้ว เพราะฉะนั้นจึงต้องรีบลดกระจกลง เพื่อปรับให้แรงดันน้ำทั้งภายในและนอกใกล้เคียงกัน แล้วจึงจะสามารถเปิดประตูรถออกมาได้ -       หากรถระบบไฟฟ้าทำงานขัดข้อง ให้ยกที่พิงศีรษะออก เมื่อถอดออกมาจะเห็นแท่งแหล็กสองง่ามให้นำมากระแทกที่ร่องกระจกด้านข้างเท่านั้น (ถ้าเป็นกระจกด้านหน้าและหลัง จะแตกยากกว่าเนื่องจากเป็นกระจกนิรภัย) ตอกเข้าไปประมาณ 1 นิ้ว แล้วออกแรงงัดเข้าหาตัว กระจกจะแตกออกทั้งบาน กรณีน้ำลึก รถจมน้ำทั้งคัน...
อุปกรณ์ติดรถไว้ อุ่นใจยามฉุกเฉิน FacebookTwitterGoogle PlusLine January 11, 2017 Posted by: TOYOTA KAN Editor ในการขับขี่รถยนต์นอกจากการคำนึงถึงความปลอดภัยในการขับขี่แล้ว ควรคำนึงถึงอุปกรณ์ที่ควรมีติดไว้เมื่อต้องใช้ในเวลาฉุกเฉินด้วยนะคะ เราลองมาดูกันว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้างที่ควรมีติดรถไว้และสำคัญยังไงค่ะ ในปัจจุบันรถยนต์กลายเป็นเหมือนปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิตไปแล้ว ทำให้สะดวกสบายในการเดิน ในการขับขี่รถยนต์นอกจากการคำนึงถึงความปลอดภัยในการขับขี่แล้ว ควรคำนึงถึงอุปกรณ์ที่ควรมีติดไว้เมื่อต้องใช้ในเวลาฉุกเฉินด้วยนะคะ เราลองมาดูกันว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้างที่ควรมีติดรถไว้และสำคัญยังไงค่ะ 1.ยางอะไหล่ ยางอะไหล่เป็นสิ่งสำคัญมาก เมื่อไรก็ตามที่เดินทางไกล ยางและล้อสำรองจะมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะเมื่ออาจจะคาดไม่ถึง ยางรถแบนหรือแตก ยางสำรองจะช่วยให้แก้ไขปัญหาได้รวดเร็วขึ้นกว่าการต้องรอช่าง ซึ่งเหตุการณ์ฉุกเฉินอาจอยู่ห่างไกลชุมชนหรืออู่ซ่อม สิ่งที่ควรทำคือต้องหมั่นดูแลยางอะไหล่ด้วย โดยการตรวจสอบลมยางเป็นประจำทุก 3 เดือน  ลองดูหรือลองถอดยางอะไหล่จากตัวล็อคบ้างว่ายังสามารถถอดออกได้ง่ายหรือไม่ เพื่อให้มีสภาพพร้อมใช้งานยามต้องการ 2.แม่แรงและเครื่องมือประจำรถ เมื่อมียางอะไหล่แล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คงไม่พ้นเครื่องมือในการทำงาน ซึ่งตามหลักในรถทุกคันจะมีมาให้อยู่แล้ว โดยเครื่องมือที่สำคัญสุดคือบล็อกขันล้อและเครื่องมือต่างที่ใช้ในการถอดยางอะไหล่ในรถบางรุ่น ซึ่งจำเป็นต้องใช้คู่กับชุดยางอะไหล่ ในการเปลี่ยนล้อ และที่สำคัญคือชุดแม่แรง 3.ป้ายสัญญานเตือน เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครติดไว้ในรถ เพราะอาจยังไม่เห็นความสำคัญส่วนใหญ่จะใช้ที่มีรอบๆบริเวณเกิดเหตุฉุกเฉินมาทำสัญลักษณืแทน ป้ายสัญญาณเตือนเป็นป้ายที่มีประโยชน์มาก ยิ่งในยามกลางคืน เพราะตัวป้ายจะประกอบด้วยชุดทับทิมสะท้อนแสง ช่วยให้รถที่แล่นตามมาเห็นป้ายเพื่อหลบหลีกเราได้ โดยเฉพาะใครที่ออกต่างจังหวัดบ่อยๆ หาซื้อติดรถเอาไว้เถอะนะคะ  ซึ่งการใช้งานนั้น ให้ตั้งห่างจากจุดที่รถเราอยู่ประมาณ 50-100 เมตร 4.ไฟฉาย...
ถ้ารถยางแตกขณะขับรถ ต้องทำอย่างไร !! FacebookTwitterGoogle PlusLine January 11, 2017 Posted by: TOYOTA KAN Editor อย่างที่บอกไปว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้น เรามาเรียนรู้วิธีรับมือเมื่อรถยางแตกขึ้นมา ว่าต้องทำอย่างไรกันดีกว่า... รถยางแตกขณะกำลังขับขี่ เราต้องทำอย่างไร ?  วันนี้ โตโยต้ากาญจนบุรี มีวิธีการรับมือ เมื่อในขณะขับรถเกิดเหตุ "รถยางแตก" ว่าจะต้องทำอย่างไร ถึงจะปลอดภัย มาดูกันจ้า   ตั้งสติให้มั่น เมื่อรถยางแตก เกิดเสียงยางระเบิดดังขึ้น แน่นอนละว่าคุณต้องตกใจ เป็นใครก็ตกใจทั้งนั้นแหละ! แต่คุณต้องรีบเรียกสติตัวเองกลับมาให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งรวบรวมสติของคุณได้มากเท่าไร โอกาสที่คุณจะปลอดภัย ก็มีมากเพิ่มขึ้นเท่านั้น จับพวงมาลัยให้มั่นทั้งสองมือ เมื่อรถยางแตก เสียงดัง อย่าตกใจจนหักพวงมาลัยกะทันหัน โดยมากแล้วยางระเบิดจะทำให้รถส่าย จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับแรงระเบิดและความเร็วของรถ เพราะฉะนั้นพยายามประคองรถเอาไว้ให้ได้นั่นละดีที่สุด คุมทิศทางด้วยการผ่อนคันเร่งแล้วเลียเบรค เมื่อควบคุมทิศทางของรถได้แล้ว ก็ค่อยๆ ผ่อนคันเร่งแล้วแตะเบรคเบาๆ เมื่อความเร็วลดลง เพื่อประคองรถให้เข้าไหล่ทางด้านซ้าย ถ้าอยู่เลนกลางหรือเลนขวา ให้เปิดไฟฉุกเฉินขอทางเข้าเลนซ้ายด้วยละ อย่าคิดแต่จะเข้าข้างทางอย่างเดียวแล้วพุ่งพรวดไปเลย เพราะนั่นอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนหนักขึ้นไปอีกก็เป็นได้ ห้ามใช้เบรคมือ...
ทำไมต้องวอร์มแบตเตอรี่รถยนต์ ก่อนสตาร์ทรถ FacebookTwitterGoogle PlusLine December 1, 2015 Posted by: admin หลาย คนคงมองข้ามเรื่องของการวอร์มแบตเตอรี่รถยนต์ เพราะเห็นเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ความคิดแบบนี้อาจจะเป็นผลเสียต่อรถยนต์ในระยะยาว เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย วันนี้โตโยต้ากาญจนบุรี ขอแนะนำเกร็ดความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการวอร์มแบตเตอรี่เครื่องยนต์ เพื่อเป็นการรักษาเครื่องยนต์ให้ใช้ได้ในระยะยาว ไปดูเทคนิคดีดีกันเลย การวอร์มแบตเตอรี่เครื่องยนต์ เป็นการกระตุ้นการทำงานของเครื่องยนต์ และตรวจเช็คสภาพความพร้อมระบบต่างๆ ของรถยนต์ เพราะเวลาอากาศเย็น ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์จะลดน้อยลง เพราะน้ำมันหล่อลื่นจะเกิดการจับตัวและมีความหนืดมาก ทำให้การขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ช้าลง ถ้าไม่ได้วอร์มแบตเตอรี่เครื่องยนต์อาจทำให้อุปกรณ์หรือชิ้นส่วนเกิดการสึก กร่อนได้ง่าย “วอร์มแบต” ให้อุ่น “สตาร์ท” ปลอดภัย 1. ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ ควรเช็คระบบเกียร์ทุกครั้ง สำหรับระบบธรรมดา เกียร์ควรอยู่ในช่องเกียร์ว่าง ส่วนระบบเกียร์อัตโนมัติควรอยู่ที่ N หรือ P จากนั้นดึงเบรกมือไว้ เพื่อป้องกันการเคลื่อนของรถยนต์ขณะสตาร์ท 2. ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถยนต์ทั้งหมด เช่น เครื่องปรับอากาศ, เครื่องเสียง และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ที่ต้องใช้ไฟจากแบตเตอรี่ เพื่อให้แบตเตอรี่มีกำลังไฟที่เพียงพอในการสตาร์ท...