วิธีดูแลรักษาแอร์รถยนต์ ให้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น

ดูแลแอร์_2
December 3, 2016
Posted by: toyota.tkc1995

ลองมาดูกันบ้างว่า แล้วในสภาวะที่แอร์รถยนต์ยังแข็งแรงเป็นปกติเราจะดูแลอย่างไรดี ??

วันนี้โตโยต้ากาญจนบุรี จะพาไปดูกันว่าอะไรบ้างทําให้แอร์รถยนต์ไม่เย็น ตรวจเช็คอย่างไร และแก้ไขยังไง แล้วในสภาวะที่แอร์รถยนต์ยังแข็งแรงเป็นปกติเราจะดูแลอย่างไรดี

1. ที่ปุ่มปรับความเย็น ไม่ควรปรับแอร์รถยนต์ไปที่โหมด cool ตลอดเวลาเพราะคอมเพรสเซอร์แอร์จะทํางานหนักตลอดเวลา

2. เมื่อเปิดแอร์ไม่ควรเปิดกระจก เพราะจะทําให้คอมเพรสเซอร์ทํางานหนัก

3. ก่อนจอดรถประมาณ 5 นาทีควรปิดการทํางานของคอมแอร์ (A/C )

4. ควรล้างตู้แอร์รถยนต์ทุก 1 ปีหรือ ทุกการใช้งาน 2หมื่นกิโลเมตรรวมทั้งเปลี่ยนถ่ายน้ํามันคอมเพรสเซอร์ทุกครั้งที่มีการล้างตู้แอร์

5. การล้างตู้แอร์รถยนต์มี 4 แบบ คือ

    5.1 ล้างตู้แอร์แบบถอดตู้ ต้องรื้อตู้แอร์ แล้วเอาคอยล์เย็นมาล้างข้างนอก น้ำยาทำความสะอาดแตกต่างกันไปแล้วแต่ช่างจะใช้อะไรเพื่อประหยัดต้นทุน ราคาถูกก็ผงซักฟอก โซดาไฟ พวกนี้จะล้างออกยาก ดังนั้น เวลาประกอบกลับ เปิดแอร์จะรู้สึกว่ามีกลิ่นผงซักฟอก แสดงว่าล้างออกไม่หมด อาจกัดกร่อนคอยล์เย็นได้ และเมื่อสูดดมเข้าไป ไม่ส่งผลดีต่อระบบหายใจ ถ้าคนแพ้ ก็อาจแสบตา แสบจมูก การถอดล้างตู้แอร์แบบนี้ ต้องแวคเติมน้ำยาแอร์ใหม่ และต้องเปลี่ยนไดเออร์กับวาล์วความดัน ถ้าประหยัดงบ ไม่ยอมเปลี่ยน ท่อแอร์รั่วได้เพราะความชื้นเข้าไปอยู่ในระบบจากการถอดตู้แอร์

    5.2 การล้างแบบไม่ถอดตู้ เพื่อช่วยให้ทำความสะอาดง่ายขึ้น เสร็จเร็ว ทางร้านได้เงินไว โดยทั่วไปเครื่องล้างตู้แอร์จะกำหนดน้ำยาที่ต้องใช้เฉพาะสำหรับการล้าง แต่บ้างเอาผงซักฟอก โซดาไฟ ผสมลงไปเพื่อให้น้ำยาใช้ได้หลายคันขึ้น เวลาล้างน้ำยาออกจะมีปัญหา เพราะเครื่องไม่ได้ถูกกำหนดให้ล้างผงซักฟอก หรือโซดาไฟ ผลที่ได้อาจคาดไม่ถึง การล้างแบบนี้เหมาะกับรถใหม่ รถที่ล้างแอร์ปีละ 1 ครั้ง หรือเหมาะกับรถที่ดูแลตู้แอร์เป็นประจำ ถ้าใช้มา 7-8 ปี แล้ว ช่างแอร์ไม่ค่อยอยากล้างวิธีนี้ เพราะตู้แอร์อาจรั่วอยู่แล้ว แต่ฝุ่นไปอุดรูรั่วไว้ พอล้างเอาฝุ่นออก รอยรั่วก็ปรากฏ

     5.3 การฉีดสเปรย์ทำความสะอาดตู้แอร์ ไม่ต้องรื้อตู้ออกมา ฉีดสเปรย์ทำความสะอาดให้ทั่วคอยล์เย็น ก็เป็นอันเรียบร้อย คราบน้ำยาจะค่อยๆ ออกมาพร้อมกับน้ำแอร์ตามท่อน้ำทิ้ง ถ้าตู้แอร์ไม่สกปรกมาก วิธีนี้ก็พอใช้ได้ แต่คงต้องฉีดสเปรย์กันบ่อย 2-3 เดือนต่อครั้ง เพราะอยู่ในเมือง ฝุ่นจะเยอะ สเปรย์บางยี่ห้อจะช่วยขจัดกลิ่นด้วย ราคาค่าฉีดสเปรย์ รวมแล้วมากกว่าการล้างตู้แอร์แบบที่ 1 และที่ 2

     5.4 การใส่กรองแอร์ ไม่ใช่รถทุกรุ่นจะใช้ได้ เพราะกรองแอร์ก็ทำมาสำหรับรถอีกระดับ ช่วยกรองฝุ่นอีกวิธีหนึ่ง แต่อายุการใช้งานก็ประมาณ 5,000 กม. ต้องเปลี่ยนอันใหม่ ถ้าไม่เปลี่ยน ลมจะผ่านเข้าตู้แอร์ไม่สะดวก ลมแอร์ที่ออกมาก็จะอ่อนกำลังลง ลมที่ตีกลับจะมีผลต่อคอมแอร์ กรองแอร์สำหรับรถบางรุ่นราคาพอรับได้ แต่บางรุ่นราคาเป็นพันบาท ถ้าใช้วิธีนี้ในการทำความสะอาด ในระยะ 1 ปี ก็เสียค่าใช้จ่ายมากกว่าการทำความสะอาด แบบที่ 1 และที่ 2

เพื่อน ๆ สามารถติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถยนต์โตโยต้า รวมถึงสาระดี ๆ เกี่ยวกับการดูแลรถและขับขี่รถอย่างปลอดภัย ได้ที่ โตโยต้ากาญจนบุรี ค่า

ที่มา : http://franksautoelectrical.com.au/documents/51.html
ภาพ : https://pixabay.com/en/car-bmw-vehicle-auto-1393803/

ท่านสามารถติดตามโปรโมชั่น ข่าวสารดีๆ แบบฟรีๆ ได้ที่
Line@ Click > > line logo 1x1 @toyotakan1995 

เรื่องรอบรู้เรื่องรถ : มาใหม่